“ข้อมูล” กำลังเป็นสิ่งมีค่ามากกว่า “น้ำมัน”
ราคาน้ำมันจะดิ่งลงมาก เพราะเรารู้กันดีว่า น้ำมันเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นน้ำมันน่าจะมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ แต่โควิด-19 ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเชื่อนั้นไม่เป็นจริงเสมอไป เพราะในวันที่คนออกจากบ้านน้อยลง เดินทางน้อยลง น้ำมันที่เคยมีค่าในวันนั้น กลับกลายเป็นของที่ผลิตได้มากล้น จนเกินกักเก็บได้แล้วในตอนนี้ มีทรัพยากรที่ “มีค่า” มากกว่าน้ำมันนั่นคือ "ข้อมูล" ซึ่งทรัพยากรที่ไม่มีวันหมด และดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงแม้มันจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเท่าไร คุณค่าของมันกลับไม่ได้ลดลงเหมือนทรัพยากรทั่วไป แถมสิ่งนี้ไม่ได้มีตัวตนจับต้องได้ ล่องลอยไปในอากาศ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้ประโยชน์จากมันให้มีประสิทธิภาพที่สุด
Amazon มีมูลค่าบริษัท 30 ล้านล้านบาท Google มีมูลค่าบริษัท 28 ล้านล้านบาท Facebook มีมูลค่าบริษัท 16.6 ล้านล้านบาท ที่กล่าวมา เป็นบริษัทเทคโนโลยี
สิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้กับธุรกิจเทคโนโลยีนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานเท่านั้น แต่มันคือ “ข้อมูล” ของผู้ใช้งาน
หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานเท่านั้น แต่มันคือ “ข้อมูล” ของผู้ใช้งาน
Google รู้ว่าเราอยากหาข้อมูลอะไร Facebook รู้ว่าเราชอบเสพเรื่องราวประเภทไหน
Amazon รู้ว่าเราอยากซื้อเสื้อผ้าหรือสินค้าแบบไหน
เพียงเท่านี้ บริษัทเหล่านี้ก็จะได้ประโยชน์มหาศาลจากข้อมูลของเรา
โดยนำข้อมูลการใช้งานของเราไปวิเคราะห์และประมวลผล
ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงตัวตนของเราได้ง่ายขึ้น
โดยนำข้อมูลการใช้งานของเราไปวิเคราะห์และประมวลผล
ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงตัวตนของเราได้ง่ายขึ้น
จากนั้นก็จะนำเสนอข้อมูล สินค้า หรือออกแบบผลิตภัณฑ์
ที่เราน่าจะสนใจและตรงกับความต้องการของเรา
รวมถึงทำการตลาดที่เหมาะสมกับตัวตนของเรามากขึ้น
ที่เราน่าจะสนใจและตรงกับความต้องการของเรา
รวมถึงทำการตลาดที่เหมาะสมกับตัวตนของเรามากขึ้น
หรือแม้แต่มีผลต่อความคิดเห็นทางการเมืองด้วยเช่นกัน
ข้อมูลเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเดิม ทำให้การนำข้อมูลมาใช้ไม่สะดวก ไม่ทันกาล สูญหายง่าย
การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล ช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศได้ทุกที่ทุกเวลา เช่น
◽การใช้แผนที่กระดาษในรูปแบบเดิมเป็นระบบแผนที่นำทาง (Global Positioning System: GPS) สามารถแสดงสถานที่ต่างๆ มีข้อมูลสภาพการจราจร ระยะเวลาเดินทาง ซึ่งมีความแม่นยำ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
จัดได้ว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นสินทรัพย์ (Asset) ที่มีความสำคัญ แต่หากข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ถูกนำมาประมวลผล ก็จะไม่เกิดคุณค่าใดๆ ดังคำกว่าที่ว่า “ข้อมูลนั้นมีค่าดั่งน้ำมันดิบ”
บริษัทต่างๆ จึงนำข้อมูลดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ทำให้เกิดมูลค่ามหาศาล เช่น บริษัทให้บริการจองโรงแรมที่พัก แท็กซี่ ขายสินค้าออนไลน์ และบริการสื่อสังคม (social media)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น